บันทึกครั้งแรกเมื่อ ๘ พ.ค.๒๕๕๑
มาเล่าเรื่องประสบการณ์พระเครื่องต่อครับ ฟังเฉยๆอย่าเพิ่งเชื่อผมมาก สำหรับพระกริ่งชินบัญชรองค์นี้ได้มาจากอาจารย์ชินพร เป็นพิมพ์ที่ไม่มาตรฐาน เพราะเป็นกริ่งที่หล่อออกมาแล้วชำรุด จึงคัดออกมาแต่อาจารย์ชินพรได้นำมาอุดผงที่ก้นพระแล้วใช้แผ่นทองแดงที่เหลือจากการปิดกนพระกริ่งมาปิดแล้วตอกโค้ดศาลาไว้ซึ้งเป็นสภาพตัวตอกที่เริ่มชำรุด เพราะตรงกลางที่เป็นเสาศาลาเริ่มเลือน ส่วนหมายเลข๗๗๗นั้นเจ้าของพระซึ่งเป็นเพื่อนในที่ทำงานของกรมชลประทานหยิบหมายเลข”๗”มาตอกเอง ตอนนั้นโค้ดยังอยู่ ก่อนอาจารย์ชินพรจะนำเอาโค้ดหมายเลขไปทิ้งส่วนด้านหลังเอาโค้ดนะแอลใหญ่มาตอกไว้….สำหรับกริ่งองค์นี้นับได้ว่าเป็นพระที่ผมเช่ามาแพงในที่สุดของชีวิตผม ตั้งแต่สะสมพระมาพระหลักหมื่นของผมนับองค์ได้ ไม่เกินห้าองค์ กริ่งองค์นี้ได้รับความอนุเคราะห์จากอาจารย์เอก ขอนแก่นช่วยเป็นธุระขออาจารย์ชินพรมาให้ พระกริ่งองค์นี้ฟันธงได้เลยว่า ถ้าเอาไปเร่ขายเร่โชว์ ก็คงมีแต่คนตีเก๊แน่นอน จะว่าไปแล้วจะตีว่าเป็นกริ่งช่อที่ช่างเกษมหล่อผิดในพิธีพระกริ่งไตรลักษณ์ปี๑๗ก็พอจะเป็นได้ แต่ใจจริงผมว่าน่าจะเป็นพระกริ่งที่ชำรุดในพิธีชินบัญชรมากกว่า ซึ่งอาจารย์เอกถามอาจารย์ชินพรมาแล้วว่าแม้จะเป็นกริ่งชำรุดแต่เมื่อทำการอุดผงแล้วปิดแผ่นทองแดงแล้ว ก็ได้นำไปให้หลวงปู่ทิมเสกอีกครั้งอย่างแน่นอน ไม่เคยทำเสร็จแล้วก็แจกให้กลับบ้านไปเลย เพราะสมัยนั้นพระกริ่งชินบัญชรองค์ราคาจององค์ละ 500 บาทซึ่งถือว่าแพงในสมัยนั้น กลุ่มเพื่อนอาจารย์ชินพรที่อยู่ในกรมชลประมานที่ทุนทรัพย์น้อยแต่อยากได้พระกริ่งจึงมาขออาจารย์ชินพร อาจารย์เลยให้กริ่งที่ชำรุดแต่นำมาอุดผงให้แล้วให้ทำบุญไม่แพง…..กริ่งองค์นี้มีไว้ใช้อย่างเดียว ไม่ต้องเช็คเพราะเช็คแล้วต้องรู้สึกรั่วอย่างแน่นอน
.
…ในเรื่องพิมพ์ทรง เช็คก็ลำบาก อาศัยเชื่อเครดิตอาจารย์ชินพรอย่างเดียวเท่านั้น ผมก็มีวิธีเช็คแบบพิสดารของผมเอง ผมเช่าพระกริ่งมาเมื่อปี2546 ถ้าจำไม่ผิด ผมนำกริ่งองค์นี้มาอธิษฐานกับรูปหล่อพิมพ์ยืนที่ออกโดยมูลนิธิหลวงปู่ทิมกับรูปบูชาฐานปูปลาปี30 ได้บอกหลวงปู่ว่า…..ถ้ากริ่งองค์นี้เป็นกริ่งของหลวงปู่ หลวงปู่ได้ปลุกเสกมาจริง ก็ขอให้เลขท้ายสองตัวกับเลขท้ายสามตัวมีเลข”๗” ผมไม่ได้แทงหวย ไม่เล่นเลย รอฟังอย่างเดียว ผมจำไม่ได้แล้วว่าเป็นหวยงวดไหน วันนั้นผมไปทำงานตามปกติ กลับมาบ้านตอนเย็นก็มาถามแม่ยายผมว่าหวยงวดนี้ออกอะไร (แม่ยายผมชอบเล่นหวยอยู่แล้วแต่เล่นแบบลุ้นเอาสนุก ไม่ได้กะหวังรวย) สองตัวออก….๗๕ ส่วนสามตัวรางวัลที่หนึ่งจำได้ว่าออก….๗๗_ ตัวหลังจำไม่ได้.ผมฟังแล้วขนลุกเลย พูดในใจว่า”หลวงปู่ ผมเชื่อแล้วครับว่าพระกริ่งองค์นี้หลวงปู่เสกให้จริงและหลวงปู่ให้กริ่งองค์นี้มา”…
.
…จะว่าไปแล้วสำหรับคนทำงานกินเงินเดือนไม่มากอย่างผม บางครั้งพระเครื่องที่อยากได้ผ่านมาแล้ว ไม่มีปัญญาเช่าเพราะตังค์ไม่มี บางครั้งเก็บตังค์ได้แล้วอยากได้พระ ร่อนใบสั่งไปทั่วก็ไม่เห็นได้เลย ก็โชคดีที่ช่วงนั้นมีเงินออกมาอยู่ก้อนหนึ่ง และจังหวะที่พระกริ่งเข้ามาในมืออาจารย์ชินพรพอดี….ถือเสียว่าจังหวะพอดีกัน ถือโอกาสบันทึกไว้กันลืมครับ
.
๖. พระกริ่งชินบัญชรแปลกๆ นอกเหนือจากพระกริ่งชุดมาตราฐาน ๑ ๕ แล้วยังมีพระกริ่งชินบัญชรแบบแปลกๆ ออกมาปรากฏให้เห็น เช่นพระกริ่งมีเดือยแบบพระยอดธง พระกริ่งก้นตัน พระกริ่งกะไหล่ทอง พระกริ่งหุ้มก้น ออกมาให้เห็นกันมากขึ้นและก็มีคนเช่าบูชาไปใช้แทนพระกริ่งชินบัญชรก็มี เพราะราคาย่อมเยาว์กว่า พระกริ่งยอดธงหรือพระกริ่งมีเดือย เป็นแบบเดียวกันเมื่อเทออกมาและตัดออกจากช่อแล้วคนที่สนิทชิดเชื้อ มาขอเพื่อเอาไปทำน้ำมนต์ก็ให้ไปรวมถึงเพื่อนรวมงานที่มีปัจจัยน้อยก็แจกฟรีไปหลายองศ์ ภายหลังไปตัดเอาเดือยหรือก้านช่อออกก็กลายเป็นพระกริ่งก้นตันถ้าเอาพระกริ่งก้นตันไปเจาะรูที่ก้นแล้วอุดผงพรายผสมสีผึ้งเข้าไปก็กลายเป็นพระกริ่งอุดผง แต่ก็ยังคงไม่ชุดมาตราฐาน มีบางคนเอาไปจ้าง แป๊ะเล้ง แซ่ แต้ช่างทองหน้ากรมชลประทาน กะไหล่ทองแบบโบราณก็กลายเป็นพระกริ่งกะไหล่ทองไปก็มีจนเป็นที่สับสนกันว่าแท้หรือไม่ บรรดาพระกริ่งชินบัญชรพิเศษแปลกๆ เหล่านี้มีอยู่พอสมควรแต่ไม่มากนัก บางองค์ ต๊อกโค๊ดมาตรฐานนะในเม็ดงาไว้ก็มี เท่าที่ทบทวนและนึกได้ทั้งหมดคงมีไม่เกิน ๑๐๐ องค์ ก่อนหลวงปู่ทิม มรณะภาพ เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๑๘ พระกริ่งชินบัญชร เริ่มเป็นที่แสวงหาราคาขึ้นไปองค์ละประมาณ ๒,๐๐๐ บาทแล้ว เพื่อนๆ ที่ได้ไว้จึงขอให้ตอกโคต๊เพื่อยืนยันว่าเป็นพระกริ่งชินบัญชรแท้ๆ ก็มีหลายคนแต่ระยะนั้นโค๊ดตัวนะในเม็ดงาสึกจนใก้ลหมดสภาพแล้ว เพราะใช้ตอกโค๊ดหลายพิมพ์ด้วยกันจึงเอาโค๊ดตัวนะแอล ซึ่งเป็นโค๊ดตัวดังเดิมหรือตัวแรกจริงๆ ที่ทำไว้เพื่อจะใช้ตอกพระกริ่งชินบัญชร แต่ไม่ได้ใช้ตอกเพราะเมื่อตอกออกมาแล้วดูไม่สวย จึงไปให้ช่างยิ้ม ยอดเมืองแกะโค๊ดขึ้นมาใหม่เป็นตัวนะในเม็ดงาหรือรูปหยดน้ำมาตอกพระกริ่งชินบัญชรอันเป็นชุดมาตราฐานจนโค๊ดเม็ดงาสึก เพราะตอกพระไปหลายหมื่นองค์ แต่โค๊ดตัวนะแอลยังอยู่เพราะเกือบไม่ได้ใช้ตอกอะไรเลยจึงเอาโค๊ดนะแอลตอกไปแทน แต่ก็คงมีไม่ถึง ๓๐ องค์ บางองค์ที่เห็นอุดผงได้ขอเอาแผ่นเงินหรือแผ่นทองแดงที่เสียๆ ซึ่งคุณวิรัช ชำนาญณรงค์ กวาดเก็บมาจากโรงงานเอาไปหุ้มก้นพระกริ่งไว้ก็มีแต่ได้ตอกทั้งเลขทั้งโค๊ดไว้แต็มแผ่นเพื่อให้รู้ว่าเป็นของชำรุดที่ไม่ได้ใช้ เมื่อราคาพระกริ่งชินบัญชร แพงขึ้นทั้งหายากพระกริ่งชุดพิเศษนี้จึงออกมาให้เห็นกันมากขึ้นเพราะขายได้ราคาดีขึ้นแต่ก็มีไม่มากนัก พระกริ่งที่กะไหล่ทองต้องเป็นการกะไหล่หรือเปียกทองแบบโบราณซึ่งใช้ทองคำแท้มาเปียกจะต้องหนากว่าการชุบทองคำ พระกริ่งชินบัญชรชุดเปียกทองหรือกะไหล่ทองคงมีไม่เกิน ๒๐ องค์ ใช้แล้วขออะไรได้ผลทันตาเห็นขออะไรก็ได้ดังใจนึกไม่ทราบหลวงปู่ทิมท่านทำได้อย่างไร พระกริ่งชินบัญชรชุดพิเศษนี้แม้จะเป็นพระกริ่งเปล่าๆ ที่ไม่ได้ตอกโค๊ดทั้งเนื้อนวะธรรมดา หรือเปียกทองเห็นแล้วก็จะรู้ว่าเป็นของแท้หรือของปลอม เพราะพระกริ่งที่เททองด้วยมือแบบโบราณ แม้จะเทหัวปีเทท้ายปี ก็ยังดูออกว่าเป็นคนละรุ่นกัน แต่ต้องใช้ทักษะด้วยนะครับ ข้อมูลจากเวป อิทธิญาโณ ( http://www.ittiyano.com/index.phpoption=com_content&task=view&id=38&Itemid=4 )
เพิ่มภาพผลสลากรัฐบาล เมื่อ 28 มค.2566






























