Saturday, April 16, 2022

บารมีกริ่งชินบัญชรหลวงปู่ทิม อิสริโกเบอร์๗๗๗



บันทึกครั้งแรกเมื่อ ๘ พ.ค.๒๕๕๑

มาเล่าเรื่องประสบการณ์พระเครื่องต่อครับ ฟังเฉยๆอย่าเพิ่งเชื่อผมมาก สำหรับพระกริ่งชินบัญชรองค์นี้ได้มาจากอาจารย์ชินพร เป็นพิมพ์ที่ไม่มาตรฐาน เพราะเป็นกริ่งที่หล่อออกมาแล้วชำรุด จึงคัดออกมาแต่อาจารย์ชินพรได้นำมาอุดผงที่ก้นพระแล้วใช้แผ่นทองแดงที่เหลือจากการปิดกนพระกริ่งมาปิดแล้วตอกโค้ดศาลาไว้ซึ้งเป็นสภาพตัวตอกที่เริ่มชำรุด เพราะตรงกลางที่เป็นเสาศาลาเริ่มเลือน ส่วนหมายเลข๗๗๗นั้นเจ้าของพระซึ่งเป็นเพื่อนในที่ทำงานของกรมชลประทานหยิบหมายเลข”๗”มาตอกเอง ตอนนั้นโค้ดยังอยู่ ก่อนอาจารย์ชินพรจะนำเอาโค้ดหมายเลขไปทิ้งส่วนด้านหลังเอาโค้ดนะแอลใหญ่มาตอกไว้….สำหรับกริ่งองค์นี้นับได้ว่าเป็นพระที่ผมเช่ามาแพงในที่สุดของชีวิตผม ตั้งแต่สะสมพระมาพระหลักหมื่นของผมนับองค์ได้ ไม่เกินห้าองค์ กริ่งองค์นี้ได้รับความอนุเคราะห์จากอาจารย์เอก ขอนแก่นช่วยเป็นธุระขออาจารย์ชินพรมาให้ พระกริ่งองค์นี้ฟันธงได้เลยว่า ถ้าเอาไปเร่ขายเร่โชว์ ก็คงมีแต่คนตีเก๊แน่นอน จะว่าไปแล้วจะตีว่าเป็นกริ่งช่อที่ช่างเกษมหล่อผิดในพิธีพระกริ่งไตรลักษณ์ปี๑๗ก็พอจะเป็นได้ แต่ใจจริงผมว่าน่าจะเป็นพระกริ่งที่ชำรุดในพิธีชินบัญชรมากกว่า ซึ่งอาจารย์เอกถามอาจารย์ชินพรมาแล้วว่าแม้จะเป็นกริ่งชำรุดแต่เมื่อทำการอุดผงแล้วปิดแผ่นทองแดงแล้ว ก็ได้นำไปให้หลวงปู่ทิมเสกอีกครั้งอย่างแน่นอน ไม่เคยทำเสร็จแล้วก็แจกให้กลับบ้านไปเลย เพราะสมัยนั้นพระกริ่งชินบัญชรองค์ราคาจององค์ละ 500 บาทซึ่งถือว่าแพงในสมัยนั้น กลุ่มเพื่อนอาจารย์ชินพรที่อยู่ในกรมชลประมานที่ทุนทรัพย์น้อยแต่อยากได้พระกริ่งจึงมาขออาจารย์ชินพร อาจารย์เลยให้กริ่งที่ชำรุดแต่นำมาอุดผงให้แล้วให้ทำบุญไม่แพง…..กริ่งองค์นี้มีไว้ใช้อย่างเดียว ไม่ต้องเช็คเพราะเช็คแล้วต้องรู้สึกรั่วอย่างแน่นอน

.

…ในเรื่องพิมพ์ทรง เช็คก็ลำบาก อาศัยเชื่อเครดิตอาจารย์ชินพรอย่างเดียวเท่านั้น ผมก็มีวิธีเช็คแบบพิสดารของผมเอง ผมเช่าพระกริ่งมาเมื่อปี2546 ถ้าจำไม่ผิด ผมนำกริ่งองค์นี้มาอธิษฐานกับรูปหล่อพิมพ์ยืนที่ออกโดยมูลนิธิหลวงปู่ทิมกับรูปบูชาฐานปูปลาปี30 ได้บอกหลวงปู่ว่า…..ถ้ากริ่งองค์นี้เป็นกริ่งของหลวงปู่ หลวงปู่ได้ปลุกเสกมาจริง ก็ขอให้เลขท้ายสองตัวกับเลขท้ายสามตัวมีเลข”๗” ผมไม่ได้แทงหวย ไม่เล่นเลย รอฟังอย่างเดียว ผมจำไม่ได้แล้วว่าเป็นหวยงวดไหน วันนั้นผมไปทำงานตามปกติ กลับมาบ้านตอนเย็นก็มาถามแม่ยายผมว่าหวยงวดนี้ออกอะไร (แม่ยายผมชอบเล่นหวยอยู่แล้วแต่เล่นแบบลุ้นเอาสนุก ไม่ได้กะหวังรวย) สองตัวออก….๗๕   ส่วนสามตัวรางวัลที่หนึ่งจำได้ว่าออก….๗๗_ ตัวหลังจำไม่ได้.ผมฟังแล้วขนลุกเลย พูดในใจว่า”หลวงปู่ ผมเชื่อแล้วครับว่าพระกริ่งองค์นี้หลวงปู่เสกให้จริงและหลวงปู่ให้กริ่งองค์นี้มา”…

.







…จะว่าไปแล้วสำหรับคนทำงานกินเงินเดือนไม่มากอย่างผม บางครั้งพระเครื่องที่อยากได้ผ่านมาแล้ว ไม่มีปัญญาเช่าเพราะตังค์ไม่มี บางครั้งเก็บตังค์ได้แล้วอยากได้พระ ร่อนใบสั่งไปทั่วก็ไม่เห็นได้เลย ก็โชคดีที่ช่วงนั้นมีเงินออกมาอยู่ก้อนหนึ่ง และจังหวะที่พระกริ่งเข้ามาในมืออาจารย์ชินพรพอดี….ถือเสียว่าจังหวะพอดีกัน ถือโอกาสบันทึกไว้กันลืมครับ

.


หมายเหตุ....ภาพเดิมหาย เลยนำพระกริ่งมาถ่ายรูปใหม่ ผ่านมือถือ เมื่อ ๑๗ เม.ย.๒๕๖๕

๖. พระกริ่งชินบัญชรแปลกๆ นอกเหนือจากพระกริ่งชุดมาตราฐาน ๑ – ๕ แล้วยังมีพระกริ่งชินบัญชรแบบแปลกๆ ออกมาปรากฏให้เห็น เช่นพระกริ่งมีเดือยแบบพระยอดธง พระกริ่งก้นตัน พระกริ่งกะไหล่ทอง พระกริ่งหุ้มก้น ออกมาให้เห็นกันมากขึ้นและก็มีคนเช่าบูชาไปใช้แทนพระกริ่งชินบัญชรก็มี เพราะราคาย่อมเยาว์กว่า พระกริ่งยอดธงหรือพระกริ่งมีเดือย เป็นแบบเดียวกันเมื่อเทออกมาและตัดออกจากช่อแล้วคนที่สนิทชิดเชื้อ มาขอเพื่อเอาไปทำน้ำมนต์ก็ให้ไปรวมถึงเพื่อนรวมงานที่มีปัจจัยน้อยก็แจกฟรีไปหลายองศ์ ภายหลังไปตัดเอาเดือยหรือก้านช่อออกก็กลายเป็นพระกริ่งก้นตันถ้าเอาพระกริ่งก้นตันไปเจาะรูที่ก้นแล้วอุดผงพรายผสมสีผึ้งเข้าไปก็กลายเป็นพระกริ่งอุดผง แต่ก็ยังคงไม่ชุดมาตราฐาน มีบางคนเอาไปจ้าง แป๊ะเล้ง แซ่ แต้ช่างทองหน้ากรมชลประทาน กะไหล่ทองแบบโบราณก็กลายเป็นพระกริ่งกะไหล่ทองไปก็มีจนเป็นที่สับสนกันว่าแท้หรือไม่ บรรดาพระกริ่งชินบัญชรพิเศษแปลกๆ เหล่านี้มีอยู่พอสมควรแต่ไม่มากนัก บางองค์ ต๊อกโค๊ดมาตรฐานนะในเม็ดงาไว้ก็มี เท่าที่ทบทวนและนึกได้ทั้งหมดคงมีไม่เกิน ๑๐๐ องค์ ก่อนหลวงปู่ทิม มรณะภาพ เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๑๘ พระกริ่งชินบัญชร เริ่มเป็นที่แสวงหาราคาขึ้นไปองค์ละประมาณ ๒,๐๐๐ บาทแล้ว เพื่อนๆ ที่ได้ไว้จึงขอให้ตอกโคต๊เพื่อยืนยันว่าเป็นพระกริ่งชินบัญชรแท้ๆ ก็มีหลายคนแต่ระยะนั้นโค๊ดตัวนะในเม็ดงาสึกจนใก้ลหมดสภาพแล้ว เพราะใช้ตอกโค๊ดหลายพิมพ์ด้วยกันจึงเอาโค๊ดตัวนะแอล ซึ่งเป็นโค๊ดตัวดังเดิมหรือตัวแรกจริงๆ ที่ทำไว้เพื่อจะใช้ตอกพระกริ่งชินบัญชร แต่ไม่ได้ใช้ตอกเพราะเมื่อตอกออกมาแล้วดูไม่สวย จึงไปให้ช่างยิ้ม ยอดเมืองแกะโค๊ดขึ้นมาใหม่เป็นตัวนะในเม็ดงาหรือรูปหยดน้ำมาตอกพระกริ่งชินบัญชรอันเป็นชุดมาตราฐานจนโค๊ดเม็ดงาสึก เพราะตอกพระไปหลายหมื่นองค์ แต่โค๊ดตัวนะแอลยังอยู่เพราะเกือบไม่ได้ใช้ตอกอะไรเลยจึงเอาโค๊ดนะแอลตอกไปแทน แต่ก็คงมีไม่ถึง ๓๐ องค์ บางองค์ที่เห็นอุดผงได้ขอเอาแผ่นเงินหรือแผ่นทองแดงที่เสียๆ ซึ่งคุณวิรัช ชำนาญณรงค์ กวาดเก็บมาจากโรงงานเอาไปหุ้มก้นพระกริ่งไว้ก็มีแต่ได้ตอกทั้งเลขทั้งโค๊ดไว้แต็มแผ่นเพื่อให้รู้ว่าเป็นของชำรุดที่ไม่ได้ใช้ เมื่อราคาพระกริ่งชินบัญชร แพงขึ้นทั้งหายากพระกริ่งชุดพิเศษนี้จึงออกมาให้เห็นกันมากขึ้นเพราะขายได้ราคาดีขึ้นแต่ก็มีไม่มากนัก พระกริ่งที่กะไหล่ทองต้องเป็นการกะไหล่หรือเปียกทองแบบโบราณซึ่งใช้ทองคำแท้มาเปียกจะต้องหนากว่าการชุบทองคำ พระกริ่งชินบัญชรชุดเปียกทองหรือกะไหล่ทองคงมีไม่เกิน ๒๐ องค์ ใช้แล้วขออะไรได้ผลทันตาเห็นขออะไรก็ได้ดังใจนึกไม่ทราบหลวงปู่ทิมท่านทำได้อย่างไร พระกริ่งชินบัญชรชุดพิเศษนี้แม้จะเป็นพระกริ่งเปล่าๆ ที่ไม่ได้ตอกโค๊ดทั้งเนื้อนวะธรรมดา หรือเปียกทองเห็นแล้วก็จะรู้ว่าเป็นของแท้หรือของปลอม เพราะพระกริ่งที่เททองด้วยมือแบบโบราณ แม้จะเทหัวปีเทท้ายปี ก็ยังดูออกว่าเป็นคนละรุ่นกัน แต่ต้องใช้ทักษะด้วยนะครับ ข้อมูลจากเวป อิทธิญาโณ ( http://www.ittiyano.com/index.phpoption=com_content&task=view&id=38&Itemid=4 )





เพิ่มภาพผลสลากรัฐบาล เมื่อ 28 มค.2566



Thursday, April 14, 2022

ปิดตาเนื้อตะกั่วกับเหรียญหลวงปู่เอี่ยมพิธีวัดโคนอนปี๒๕๑๕….ตอนที่๓

 .
เป็นด้วยเหตุบังเอิญที่ผมลองเข้าไปอ่านเวปของอาจารย์อำพลแล้วมีบทความที่อาจารย์อำพลเคยเขียนไว้ในนิตยสารศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับพิธีวัดโคนอนปี๒๕๑๕….อ้างอิงตามนี้ครับ
ปิดตายันต์ยุ่ง วัดโคนอน พ.ศ. 2515
หลวงปู่เอี่ยมท่านลงมานั่งเป็นประธานเสกเอง……..
ครั้งหนึ่ง หลังพิธี พุทธาภิเษกพระสมเด็จ 100 ปีวัดระฆัง ผ่านพ้นไปหมาด ๆ ในพระอุโบสถวัดประดู่ฉิมพลี หลวงปู่โต๊ะได้เล่าให้สานุศิษย์ทั้งหลายที่ประชุมกันอยู่ในนั้น ฟังเรื่องนอกเหตุเหนือผลเรื่องหนึ่ง
“ฉันไปปลุกเสกพระที่วัดระฆัง ได้อธิษฐานกับรูปเจ้าประคุณสมเด็จโตว่า วันนี้พระครูโต๊ะมาปลุกเสกพระที่วัดระฆัง เขาลือว่าสมเด็จโตศักดิ์สิทธิ์ ถ้าจริงอย่างเขาว่าให้มาปรากฏตัวให้พระครูโต๊ะเห็น ถ้าไม่มาเป็นเลิกนับถือกัน”
ท่านเล่าต่อไปว่า พอนั่งลงในพิธีปลุกเสกพระคราวนั้น สมเด็จก็มาทันทีท่านลอยมา ในมืถือไม้ไผ่ผ่าซีก ติดเทียนชัย เข้าไปจุดซ้ำที่เทียนชัยในพิธีนั้น สมเด็จมีผิวตกกระ แก่หง่อม ห่มจีวรเก่าสีกรักมาจุดเทียนชัยแล้วก็กลับไป
“อย่าดูถูกคนรุ่นเก่าเชียวหนา” หลวงปู่โต๊ะย้ำ
เชื่อเรื่องที่หลวงปูโต๊ะเล่าหรือไม่
ปี พ.ศ. 2515 หลวงปู่โต๊ะรับนิมนต์ไปปลุกเสกพระวัดโคนอน ที่นั่นสร้างพระเพื่อเป็นที่ระลึกถึงหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง มีพระปิดตายันต์ยุ่งเนื้อตะกั่ว, พระรอด เนื้อตะกั่ว และเหรียญรูปหลวงปู่เอี่ยม ซึ่งวัดโคนนอน มีความสัมพันธ์กับหลวงปู่เอี่ยมในฐานะที่ท่านเคยพำนักอยู่ที่นี่ ก่อนจะย้ายไปครองวัดหนัง จนมรณภาพ การสร้างพระหนนี้จึงได้ถอดแบบพระให้คล้ายคลึงกับพระวัดหนัง ที่หลวงปู่เอี่ยมเคยสร้างเอาไว้สมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ พิธีนี้นิมนต์คณาจารย์มาร่วมปลุกเสกมากมายหลายองค์ หลวงปู่โต๊ะเป็นหนึ่งในบรรดาคณาจารย์ทั้งหมด
หลังพิธีผ่านพ้นไป หลวงปู่โต๊ะได้บอกแก่ลูกศิษย์ของท่านว่า
“ไปเอาพระมาไว้ซะพระชุดนี้ เจ้าของเขามานั่งเป็นประธานปลุกเสกด้วยตัวเอง”
เจ้าของคือหลวงปู่เอี่ยม
หลวงปู่โต๊ะท่านเห็นอย่างนั้น เห็นเหมือนได้เห็นสมเด็จโต
อย่าไปค้นหาความจริงเลยว่าที่หลวงปู่โต๊ะพูดจะเป็นที่เชื่อได้หรือเชื่อไม่ได้
อจินไตยนั้นเหลือวิสัยที่ปุถุชนจะตรวจสอบ
ศรัทธาเท่านั้นที่เป็นเครื่องมือเดียวสำหรับคำตัดสินว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ
อย่าง ไรก็ตาม พระเครื่องรุ่นนี้เมื่อออกใหม่ ๆ เป็นที่สนใจฮือฮาในหมู่นักสะสมพระเครื่องเป็นอันมาก ดูท่าจะเป็นพระเครื่องรุ่งโรจน์ได้อีกรุ่นหนึ่ง มีผู้ได้ฟังและเชื่อหลวงปู่โต๊ะ เข้าไปกว้านกอบเอาพระมาเป็นจำนวนโข ตอนนั้นพระราคาองค์ละ 5 บาท ไม่เหลือแรงที่จะเก็บตุนเอาไว้เยอะ ๆ บางคนอาจคาดหมายว่าพระรุ่นนี้ต่อไปจะมีราคาแพง เนื่องจากองค์ประกอบของการเกิดพระรุ่นนี้เป็นไปโดยบริสุทธิ์และเข้มขลัง ทั้งเจตนาในการสร้าง และการเสกที่ทุกคนอันได้เห็นเหตุการณ์ต่างรับและนับถือเต็มหัวใจ
แต่ พระก็ไม่โลดแล่นไปเท่าที่ควร ยังคงเป็นพระราคาไม่แพงที่คนทั้งหลายสามารถเช่าหาได้ไม่ยาก ไม่หนักกระเป๋า ดูเหมือนจะราคา 100 บาทต่อองค์ (บางแห่งราคาองค์ละ 50 บาทก็มี)
อาจารย์เบิ้มของผมออกปากว่า นั่นเป็นพระดีที่คนมองข้ามไปได้อย่างไร
มี พระดีอีกมากมายที่คนผ่านตาไปไม่ใยดี เนื่องจากพระดีที่ราคาไม่อาจสะดุดสายตาของพวกเขาไว้ได้ ความแพงของพระเท่านั้นจะหยุดตาของนักสะสมให้จ้องมองได้
ด้วยความจริงเป็นเช่นนี้ พระดีจึงถูกซุกไว้ในมุมที่ใครก็เห็นไม่ถนัด
เหมือน เหรียญพระแก้วมรกตปี 2475 ที่คนเมินอยู่หลายปี แต่ความดีของพระนั้นยังหวังได้ เพราะวันหนึ่งความดีถูกแสดงให้เห็นชัด พระก็หมดไปจากอาการตกค้างเพียงพริบตา
ปิดตายันต์ยุ่ง วัดโคนอนไม่โลดไปข้างหน้า บางทีจะเป็นด้วยเหตุว่าพระถูกขโมยออกไปจากวัดเป็นจำนวนมาก เมื่อของโจรทะลักเข้าในตลาด ความคลางแคลงใจของคนทั้งหลายก็ต้องเกิดมีขึ้น ทำไมพระจึงมีอยู่บนแผงมาก เสริมหรือไม่ ปลอมหรือไม่ หรือมีลับลมคมนัยอย่างไรหรือเปล่า
วิจิกิจฉาเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ มันเป็นอาวุธคมกล้าที่ตัดรอนอนาคตของพระรุ่นนี้ได้อย่างรุนแรงที่สุด .ทางปลอดภัยและสบายใจของคนทั้งหลายมีเหมือนกัน คือ อย่าไปยุ่งกับของที่ยังสรุปปัญหาไม่ได้ดีกว่า
พระวัดโคนอนก็ถึงที่เฉา เหมือนคนที่ทำความดีมาทั้งชีวิตถูกป้ายมลทินใส่
ข้อ เท็จจริงของพระที่ถูกขโมยมีว่า พระจำนวนร่วมแปดหมื่นสี่พันองค์ที่บรรจุไว้ใต้ฐานพระประธาน และรูปหล่อหลวงปู่เอี่ยมในวัดโคนอนถูกมือดี (ความจริงมือร้าย) ฉกออกไป แม้ไม่ได้เอาไปทั้งหมด แต่ก็นับได้ว่าเป็นจำนวนมากมาย และของลักออกไปจำนวนนั้นก็พ้นวิสัยจะตรวจสอบได้ว่าอันไหนไม่ใช่ของถูกลักจากวัด
.

ของลักปลุกเสกหรือไม่


ปลุกเสกแล้วทุกประการ ไม่ใช่ของเสริมหรือของปลอม เป็นของแท้ที่ไม่ต้องสงสัย แต่ว่าเป็นเพียงของโจรกรรมเท่านั้น

ใครเช่าหาของถูกลักก็สบายใจได้ว่าเป็นของแท้ผ่านการปลุกเสกเหมือนกันทุกประการ

แม้ท่านไม่อาจทราบได้ว่าที่ท่านครอบครองอยู่นั้นเป็นของโจรหรือของถูกทำนองคลองธรรม ท่านก็สบายใจได้

แต่ถ้าหากท่านที่ลังเล สงสัย ไม่เคยมีไว้ และกำลังอยากจะมีบ้าง ขอให้งดเช่าในที่อื่น ๆ ไว้ก่อน ให้มุ่งหน้าไปที่วัดโคนอน ที่นั่นยังมีของบริสุทธิ์เหลืออยู่สำหรับผู้ศรัทธาเป็นจำนวนนับพันองค์ ซ้ำยังจำหน่ายในราคาถูกกว่าข้างนอกอีกด้วย คือองค์ละ 50 บาท หมดจากที่นี่แล้วท่านจะเพ่งความสนใจไปที่ของโจรหรือของข้างนอกวัดก็ได้ ซึ่งมีทั้งของบริสุทธิ์ไม่บริสุทธิ์คละเคล้ากันอยู่

คงต้องตอกย้ำลงไปอีกว่าพระวัดโคนอนรุ่นนี้ดีอย่างไร

ตอกด้วยชื่อเสียงของคณาจารย์เท่าที่จำได้ดังนี้
1. หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
2. หลวงพ่อฑูรย์ วัดโพธินิมิต
3. หลวงพ่อถิร วัดป่าเลย์ไลย์
4. หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม
5. หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม
6. หลวงพ่อเก็บ วัดดอนเจดีย์
7. หลวงพ่อสุด วัดกาหลง
8. หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี
9. หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนโร่
10. หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยาฯ
11. หลวงพ่อหวน วัดพิกุล
12. หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง
13. หลวงพ่อบุญมี วัดอ่างแก้ว
14. หลวงพ่อมี วัดมารวิชัย
15. หลวงพ่อดี วัดพระรูป ฯลฯ

ท่านพระครูวิจิตรนวการ (หลวงพ่อทองปลิว) เจ้าอาวาสวัดโคนอน องค์ปัจจุบันได้ย้ำอีกว่า พระหว่างพิธีพุทธาภิเษกดำเนินอยู่นั้นพระสงฆ์จากทุกสารทิศ ได้ประชุมกันรายล้อมพระอุโบสถและร่วมสวดพระคาถามงกุฏพระเจ้า ซึ่งเป็นพระคาถาประจำตัวของหลวงปู่เอี่ยม สวดอยู่ตลอดพิธีไม่หยุด

หรือเพราะมงกุฏพระเจ้านี่เองที่นำหลวงปู่เอี่ยมลงมานั่งเป็นประธานเสก ดังที่หลวงปู่โต๊ะได้เห็น

ถ้าท่านเชื่อหลวงปู่โต๊ะก็ไม่มีความจำเป็นอะไร จะต้องไปขวนขวายหาพระเครื่องของของหลวงปู่เอี่ยมที่แพงมาก ๆ (บางรุ่นราคาเลยแสน) ถ้าหลวงปู่เอี่ยมลงมาสู่พิธีปลุกเสกนี้จริง พระเครื่องชุดนี้ยังจะมีใครสงสัยอีก

ท่านไม่ต้องเชื่อก็ได้ถ้าหากความสงสัยยังมีอยู่

พระพุทธเจ้าตรัสว่าอย่าเชื่อเพราะว่าเป็นข่าวลือ

ถ้านี่เป็นข่าวลือก็ไม่ต้องเชื่อ
(วัด โคนอน อยู่แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ เลยสุดทางรถเมล์สาย 9, 103 และ 4 ที่เรียกว่าตลาดพลูไปเล็กน้อย ถามหาทางไปจากคนแถบนั้นได้ทุกคน ท่านที่อยู่ทางไกลอาจสั่งซื้อทางไปรษณีย์ได้ เพิ่มค่าส่งอีกองค์ละ 10 บาท ทางวัดก็น่าจะเป็นธุระจัดส่งพระให้ท่านถึงบ้านได้ ผมเชื่อว่าวัดคงไม่รังเกีขจจะทำธุระจัดส่งพระให้ แม้ผมจะไม่ได้ถามดูก่อนว่าสะดวกจะทำหรือไม่ก็ตาม )
……………………………………
อำพล เจนเขียน
หนังสือศักดิ์สิทธิ์ฉบับที่ 231

***************************
.
ภาพที่หนึ่งและสองเป็นเหรียญหลวงปู่เอี่ยมและพระปิดตาตะกั่ว วัดโคนอน พ.ศ.๒๕๑๕.
ภาพที่สามและสี่ เป็นภาพพระปิดตาตะกั่วหลายๆความเห็นต่างบอกว่า เลือกองค์ที่คราบปรอทชัดหน่อย น่าจะดีกว่า
ภาพนี้ถ่ายโดยไม่ใช้แฟลช คงพอจะช่วยเห็นคราบปรอทชัดขึ้น
.





ปิดตาเนื้อตะกั่วกับเหรียญหลวงปู่เอี่ยมพิธีวัดโคนอนปี๒๕๑๕....ตอนที่ ๒

ปิดตาเนื้อตะกั่วกับเหรียญหลวงปู่เอี่ยมพิธีวัดโคนอนปี๒๕๑๕....ตอนที่ ๒
.
สำหรับพระไตรภาคี พิธีวัดโคนอนปี๒๕๑๕นั้นมีต้นบทความที่เวปDD-praตามที่ผมได้นำมาลงดังนี้….
พระชุดวัดโคนอน พระดีที่อยู่นอกสายตา
วัดโคนอน เขตภาษีเจริญ ธนบุรี ในอดีต เคยเป็นที่จำพรรษาของหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง และหลวงปู่รอด อาจารย์ของท่าน และได้สร้างพระปิดตาเนื้อชินตะกั่ว บรรจุกรุไว้ และมีการเปิดกรุอย่างเป็นทางการในราวปี 2512 จนมากระทั่งปี 2514-2515 ทางวัดโคนอนได้มีการยกช่อฟ้าอุโบสถหลังใหม่ ท่านเจ้าอาวาสจึงได้นำแท่งชินเก่าของหลวงปู่เอี่ยม และเศษพระปิดตาที่พบจากกรุวัดโคนอนที่ชำรุดมาหลอมรวมสร้างพระขึ้นใหม่ และนิมนต์พระเกจิผู้ทรงคุณจากทั่วประเทศ มาร่วมพิธีปลุกเสกพระชุดนี้เพื่อแจกแก่ผู้มีจิตศรัทธาเป็นที่ระลึก โดยมี หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี เป็นเจ้าพิธี และมี ลพ.แพ วัดพิกุลทอง, ลพ.สุด วัดกาหลง, ลพ.แช่ม วัดดอนยายหอม, ลพ.เนื่อง วัดจุฬามณี, ลพ.อุตตะมะ วัดวังวิเวการาม, ลพ.สมชาย วัดเขาสุกิม , ลพ.คง วัดวังสรรพรส , ลพ.เงิน วัดดอนยายหอม, ลพ.เต๋ คงทอง, ลพ.เก๋ วัดแม่น้ำ, ลพ.ทองอยู่ วัดใหม่หนองพระองค์ ฯลฯ ร่วมปลุกเสก 9วัน 9 คืน
โดยในการสร้างนั้นได้ข้อมูลมาจากพี่ที่เป็นผู้อยู่ในพิธีนั้นเล่าให้ฟังว่า ในพิธีนี้ถือได้ว่าเป็นพิธีพุทธาภิเษกที่ยิ่งใหญ่มาก ปลุกเสกตลอด 9วัน 9 คืน ทั้งเช่าและเย็นตลอดเวลา โดยมีลป.โต๊ะเป็นแม่งานแล้วเดินทางมาเสกทุกวัน ส่วนพระที่สร้างนั้นจริงๆแล้วมีด้วยกัน 4 พิมพ์ แต่ส่วนใหญ่จะเห็นแต่ปิดตา ส่วนอีก 3 พิมพ์ คือพระรอด นางพญา และ นางกวัก ซึ่งพิมพ์นางกวักนั้นมีสร้างอยู่จำนวนน้อยมากน่าจะไม่กี่ร้อยองค์ โดยพระที่สร้างทั้งหมด มีข้อมูลมา 2 อย่างคือ พิมพ์ละ 84,000 องค์ หรือทั้งหมด 84,000 องค์ ซึ่งข้อมูลมีที่วัดโคนอน และขั้นตอนการสร้างพระนั้นไม่ใช่สร้างเสร็จแล้วนำมาเข้าพิธีนะครับ พระทุกองค์จะหลอมและเทพิมพ์พระทีละองค์ในพิธีเท่านั้น โดยผู้ที่เข้าร่วมพิธีจะต้องนุ่งขาวห่มขาว และถือศิลโดยต้องทำภายในพระอุโบสถเท่านั้น และผู้หยอดพิมพ์จะต้องอยู่จำนวนตามทีกำหนดไว้ โดยมีพระเกจิอาจารย์นั่งปรกปลุกเสกอยู่ตามทิศตามประเพณีโบราณ พระชุดปิดตานั้นจะเป็นฆาราวาสและเด็กวัดช่วยกันหยอดพิมพ์ ส่วนพิมพ์นางพญาและพระรอด พระในวัดเป็นผู้หยอดพิมพ์ครับ
ซึ่งพระในชุดนี้ถือได้ว่าเป็นพระแฮนด์เมดที่สร้างทีละองค์โดยเมื่อพิจารณาดู พระแต่ละองค์จะมีขนาดแตกต่างไม่เท่ากัน และจะมีการต๊อกโค๊ตไว้ที่ด้านหลัง ซึ่งเท่าที่ทราบข้อมูลมา จะมีพระที่สร้างออกมาในปี 2519 ด้วยนะครับ โดยพระชุดนี้จะสร้างออกมาจากโรงงาน ขนาดของพระจะเท่าๆกันและพิจารณาดูที่โค๊ตที่ตอกจะแตกต่างจากชุดปี 14 ครับ
ผมว่าพระชุดนี้เป็นชุดที่น่าะบูชามากครับ ถือได้ว่าดีทั้งนอกและใน คือ มวลสารดี สร้างมาจากแท่งชินเก่าของหลวงปู่เอี่ยม และเศษพระปิดตาที่พบจากกรุวัดโคนอนที่ชำรุดมาหลอมรวมหยอดพิมพ์ทีละองค์ ส่วนพิธีก็ถือได้ว่าเป็นพิธีที่ยิ่งใหญ่มากซึ่งหาไม่ได้อีกแล้วในปัจจุบัน ที่จะทำการปลุกเสกตลอดทั้งวันทั้งคืนเป็นจำนวน 9 วัน 9 คืนเต็ม ร่วมทั้งพระเกจิที่มาปลุกเสกก็ล้วนสุดยอดในยุคนั้นทุกองค์ ซึ่งแต่ละองค์นั้นก็ล้วนแต่สุดยอดทุกองค์ ในสมัยนี้จะหาเกจิเก่งๆเท่าท่านๆก็เริ่มยากแล้ว แต่ในงานนี้มาปลุกเสกกันเยอะจริงๆครับ และที่สำคัญถือได้ว่าเป็นพระดีราคาแสนถูกมากๆเมื่อเทียบกับพระใหม่ๆที่ออกมา ให้เช่าในปัจจุบันนี้ แต่ละองค์แพงกว่าพระชุดโคนอนเยอะครับแถมพิธีการสร้างก็ผลิตออกมาจากโรงงาน เผลอๆทำเสริมขึ้นมาอีกก็มี ผมเลยอยากเสนอพระดีๆที่อยู่นอกสายตาท่านๆแถมเป็นพระที่มีประสบการณ์สูงใน พื้นที่ด้วยนะครับ ยังไงรองศึกษากันดูนะครับ
.
ภาพแรกคือภาพพระไตรภาคีพิธีวัดโคนอนปี๒๕๑๕  
สำหรับภาพที่สองเป็นภาพพระรอด ผมเห็นตามบอร์ดเขาว่ากันว่าต้องมีคราบปรอท ไม่มีเขาไม่เล่น ผมไม่รู้ว่าจะเป็นตามที่บอกกันไหม สังเกตโค้ดด้านหลังให้ดีครับ
[เอื้อเฟื้อภาพจากDD-Pra.com]
ภาพที่สามและสี่ ปิดตาอีกสองพิมพ์นี้เข้าใจว่าน่าจะเป็นของปี ๑๙เพราะโค้ดดูแปลกไปและพิมพ์ก็ต่างกัน
พิมพ์แรกพิมพ์เหมือนพิมพ์ปิดตาปิดทวารและ พิมพ์ที่สอง เหมือนปิดตาพิมพ์แข้งเฉียง
.









ปิดตาเนื้อตะกั่วกับเหรียญหลวงปู่เอี่ยมพิธีวัดโคนอนปี๒๕๑๕….ตอนที่๑

 ปิดตาเนื้อตะกั่วกับเหรียญหลวงปู่เอี่ยมพิธีวัดโคนอนปี๒๕๑๕….ตอนที่๑

…ผมหาใบซีร็อกไม่เจอ เท่าที่จำได้น่าจะเป็นรายการในหน้าโฆษณาพระเครื่องให้บูชามากกว่า พอดีไปเจอข้อเขียนของคอลัมน์ มุมพระเก่า สรพล โศภิตกุล วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6596 ข่าวสดรายวัน น่าจะพอทดแทนกันได้ หน้าข่าวของข่าวสดนั้นผมตามเข้าไปดูไม่ได้ ผมคงลอกข้อความจากเวปมาให้อ่านครับ
สุดยอดพระเกจิอาจารย์ดังแห่งบางขุนเทียน ที่เหรียญพระเครื่องติดอยู่ในทำเนียบ “เบญจภาคี” เหรียญ คือ หลวงปู่เอี่ยม สุวัณณสโร แห่งวัดหนัง บางขุนเทียน กับวัดโคนอน เขตภาษี เจริญ หลวงปู่เอี่ยม มีสายสัมพันธ์อันแน่นซึ้ง เนื่องเพราะเป็นวัดที่ท่านได้ติดตามพระกรรมวาจาจารย์ของท่าน คือ หลวงปู่รอด วัดนางนอง ไปจำพรรษาจนได้เป็นเจ้าอาวาสวัดโคนอน ก่อนย้ายมาครองวัดหนังเมื่อปี พ.ศ.2441 จึงกล่าวได้ว่าเป็นวัดที่มีความผูกพันกับหลวงปู่เอี่ยมเป็นอย่างมาก
ในปี พ.ศ.2515 ทางวัดโคนอนได้ดำเนินการจัดสร้างอุโบสถหลังใหม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ จึงได้จัดงานปิดทองฝังลูกนิมิตขึ้น และได้ดำเนินการจัดสร้างวัตถุมงคลเพื่อเป็นที่ระลึกและสมนาคุณแก่ผู้ร่วม บริจาคตั้งกองทุนบำรุงรักษาอุโบสถ และกองทุนถวายภัตตาหารพระภิกษุ สามเณร หนึ่งในวัตถุมงคลที่จัดสร้างในครั้งนั้นมีเหรียญปั๊มรูปเหมือนหลวงปู่เอี่ยม อดีตเจ้าอาวาสวัดโคนอน และอดีตเจ้าอาวาสวัดหนัง รุ่นปี พ.ศ.2515 ด้านหลังได้ใส่อักขระเลขยันต์ตามแบบที่หลวงปู่เอี่ยมได้ใส่ไว้ในเหรียญปั๊ม รูปเหมือนรุ่นแรกหลังยันต์สี่ ปี พ.ศ.2467 และหลังยันต์ห้า ปี พ.ศ.2469 ซึ่งออกที่วัดหนัง ปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง
สำหรับเหรียญปั๊มหลวงปู่เอี่ยม หลังยันต์ห้า เนื้อนวโลหะ ปี พ.ศ.2515 วัดโคนอน เป็นอีกเหรียญหนึ่งที่ได้รับความนิยมสะสมของผู้เคารพนับถือในหลวงปู่เอี่ยม สำหรับผู้ศรัทธาที่จะบูชานั้น พระครูพิมลสรภาณ วัดสุทัศน์ ท่านได้เก็บสะสมไว้อยู่ประมาณ 50 เหรียญ ซึ่งจะนำออกมาให้บูชาเพื่อนำปัจจัยในการบูรณะเสนาสนะวัด โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าบริเวณศาลาการเปรียญที่ต้องใช้ปัจจัยในแต่ละเดือนเป็นจำนวน สูง โดยให้บูชาองค์ละ 1,599 บาท บูชาได้โดยตรงที่ศาลาการเปรียญวัดสุทัศน์ ถนนตีทอง ประตูทางเข้าตรงข้ามกับปั๊มน้ำมันเชลล์

สำหรับญาติโยมที่ต้องการบูชาผ่านทางธนาณัตินั้น โดยเหตุที่พระครูพิมลสรภาณมีอายุมากแล้ว การเดินทางไปมาไม่สะดวกจึงมอบหมายให้ลูกศิษย์เป็นผู้ดำเนินการ ผู้ต้องการบูชาโดยส่งธนาณัติมาในนามของนายยอดชาย ชาญช่างทหาร 126 ซอยบวรรังษี ถนนดินสอ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 ป.ณ. ราชดำเนิน โดยเขียนรายละเอียดถึงวัตถุมงคลที่ต้องการ สถานที่จัดส่งพร้อมค่าจัดส่ง 50 บาท งดธนาณัติออนไลน์
กล่าวสำหรับการสร้างเหรียญปั๊มรูปเหมือนหลวงปู่เอี่ยม ปี พ.ศ. 2515 ได้มีชนวนมวลสารอันสำคัญ คือ แผ่นทองจารอักขระของพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณในสมัยนั้น อาทิ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพฯ หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง สิงห์บุรี หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง สมุทรสาคร หลวงพ่อบุญมี วัดอ่างแก้ว กรุงเทพฯ หลวงพ่อมิ่ง วัดกก กรุงเทพฯ หลวงพ่อกรับ วัดโกรกกราก สมุทรสาคร หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม นครปฐม หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม นครปฐม หลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา นครปฐม หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลยก์ สุพรรณบุรี หลวงปู่สิม วัดถ้ำผาปล่อง เชียงใหม่ หลวงพ่อโด่ วัดนาตูม ชลบุรี หลวงพ่อพัฒน์ วัดบ้านบึง ชลบุรี หลวงพ่อหอม วัดชานหมาก ระยอง หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยาณมิตร กรุงเทพฯ เป็นต้น
ได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษกและชัยมงคลภิเษก ณ อุโบสถวัดโคนอนในงานผูกพัทธสีมาปิดทองฝังลูกนิมิต โดยหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี เป็นประธานร่วมกับพระคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณอีก 55 รูป อาทิ หลวงปู่เทียม วัดกษัตราธิราช พระนครศรีอยุธยา หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง สิงห์บุรี หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม นครปฐม หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลยก์ สุพรรณบุรี หลวงพ่อทองอยู่ วัดท่าเสา สมุทรสาคร หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง สมุทรสาคร หลวงพ่อบุญมี วัดอ่างแก้ว กรุงเทพฯ หลวงพ่อมิ่ง วัดกก กรุงเทพฯ หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม นครปฐม หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยาณมิตร กรุงเทพฯ หลวงปู่สิม วัดถ้ำผาปล่อง เชียงใหม่ หลวงพ่อโด่ วัดนามะตูม ชลบุรี หลวงพ่อกี๋ วัดหูช้าง นนทบุรี หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี สมุทรสงคราม หลวงพ่อไพฑูรย์ วัดโพธินิมิตร กรุงเทพฯ หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ เพชรบุรี หลวงพ่อเจริญ วัดทองนพคุณ เพชรบุรี หลวงพ่อแจ๋ วัดคลอง 20 ฉะเชิงเทรา หลวงพ่อชื่น วัดตำหนักเหนือ นนทบุรี หลวงพ่อเปรื่อง วัดบางคลาน พิจิตร หลวงพ่อผ่อง จินดา วัดจักรวรรดิฯ กรุงเทพฯ หลวงพ่อหอม วัดชานหมาก ระยอง พระอาจารย์นอง วัดทรายขาว ปัตตานี หลวงพ่อมุม วัดนาสัก ชุมพร หลวงพ่อมุม วัดปราสาท ศรีสะเกษ พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา พัทลุง พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง นครศรีธรรมราช หลวงพ่อเพิ่ม วัดจักรวรรดิฯ กรุงเทพฯ หลวงพ่อช้วน วัดหนัง กรุงเทพฯ หลวงพ่อเล็ก วัดหนองดินแดง นครปฐม ฯลฯ
.
ประสบการณ์ของเหรียญปั๊มรูปเหมือนหลวงปู่เอี่ยม ปี พ.ศ. 2515 นี้ ภายหลังประกอบพิธีพุทธาภิเษกแล้วนั้น คุณชาญ มีศรี คนดังแวดวงบันเทิงได้นำไปทดลองยิงด้วยปืนพกส่วนตัว กระสุนนัดแรกยิงไม่ออก นัดที่สองยิงออกแต่ไม่โดนเหรียญ นัดที่สามยิงโดนเหรียญแต่เหรียญไม่ระคายผิว กล่าวคือเหรียญไม่ปรากฏร่องรอยอะไรเลย จึงเป็นที่เชื่อถือว่าเป็นมหาอุตม์ แคล้วคลาด และคงกระพันชาตรีครบสูตร ซึ่งปกติเหรียญโดนกระสุนปืน 11 ม.ม. ถ้าไม่มีพุทธคุณหรือไม่ขลังพอเหรียญต้องบี้แบน หรือทะลุไปเลย
นอกจากนี้เหรียญรุ่นนี้ยังมีประสบการณ์เรื่องแคล้วคลาดจากอุบัติเหตุ และเรื่องของโชคลาภ เคยมีคนอธิษฐานถูกรางวัลลอตเตอรี่มาแล้ว หรือนำเหรียญแช่น้ำมนต์ประพรมสินค้าที่ขาย ก็ขายดีเป็นอย่างมาก
.




ภาพประกอบภาพแรกกับภาพที่สองนั้นเป็นเหรียญหลวงปู่เอี่ยม รุ่นอนุสรณ์ ยกช่อฟ้าอุโบสถ วัดโคนอน ปี ๒๕๑๔ และ รุ่นอนุสรณ์ งานผูกพัทธสีมาอุโบสถ วัดโคนอน ปี ๒๕๑๕


Tuesday, April 12, 2022

ขุนแผนซุ้มขาด หลวงปู่ทิม อิสริโก

เพิ่งค้นเจอรูปสมัยไปประมูลขุนแผนพิมพ์ซุ้มขาดมา สมัยเมื่อปี2547 ตอนนั้นเท่าที่ผมเข้าใจคือ บล็อคลองพิมพ์ ส่วนใหญ่เป็นเนื้อออกเขียวเพราะเอาว่านขัดมอญ คั้นเอาน้ำใส่ไปในเนื้อ และพระส่วนใหญ่จะเป็นพิมพ์ซุ้มเต็ม.ก็ไม่ทราบด้วยเหตุอะไรไปหลงประมูลกับเขามา แล้วเช็คกับภาพบล็อคลองพิมพ์สมัยนั้นแล้วคิดว่าโดนแล้ว ตอนนั้นเริ่มมีบล็อคลองพิมพ์ของเก๊ออกมาแล้ว ก่อนจะประมูลก็อธิษฐานขอหลวงปู่ไว้ พอดูเองแล้วเจอว่าโดนแล้ว กลับจะอาไปคืนในเวป กระทู้ประมูลหายไปหรือหาไม่เจอเสียอย่างนั้น นึกว่าเซฟเก็บกระทู้ไว้ในคอมพ์ก็ค้นเท่าไหร่ก็ไม่เจอ แอบบ่นในใจกับหลวงปู่ว่าผมโดนแล้ว เมื่อคืนก็ไม่ได้ ก็เก็บไว้อย่างนั้น แต่แปลกใจคือเช่ามาหนักพอควร สมัยนั้นบล็อคสองสวยๆก็พันแก่ๆ  บล็อคลองพิมพ์สวยๆก็หมื่นต้นๆ ส่วนบล็อคหนึ่งหมื่นปลาย  ผมเก็บพระมาด้วยความรู้สึกว่าไม่เป็นไร แล้วก็เลิกดูพระขุนแผนของหลวงปู่ไปเลย .วันนี้ค้นข้อมูลเก่าในคอมพ์ไปเจอกระทู้ที่เซฟไว้ งงเลยครับ ไม่รู้ว่าคงเป็นหลวงปู่ทิมดลใจให้ไม่คืน และกว่าจะเจอว่ามีพิมพ์ซุ้มขาดก็ผ่านมาเกือบ 16 ปี...บารมีหลวงปู่ทิมแท้ๆ ท่านเมตตาลูกหลานเสมอ มีแต่ลูกหลานที่ไม่สนใจเอง ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น วันนี้ซึ้งแล้วว่าหลวงปู่ทิมท่านเมตตาลูกหลานจริงๆ
#ขุนแผนซุ้มขาด
#หลวงปู่ทิมอิสริโก
กลุ่มขุนแผนซุ้มขาด หลวงปู่ทิม อิสริโก

.







Monday, April 11, 2022

บารมีรูปหล่อบูชาท่านพ่อองค์จตุคามรามเทพ ๕ นิ้ววัดพุทไธศวรรย์ปี ๒๕๔๗

 เขียนไว้เมื่อ 8 พ.ค.2551

ด้วยบารมีแห่งองค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพ ผมและครอบครัวได้รับความเมตตากรุณาจากองค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพ ย้อนไปเมื่อปี ๒๕๔๗ เป็นช่วงที่ในเวปuamuletได้มีการประชาสัมพันธ์ถึงรูปหล่อองค์พ่อขนาดใหญ่ที่วัดพุทไธศวรรย์ ที่ได้โกผ่องมาร่วมสร้างไว้ ลูกพ่อที่อยู่ใกล้ๆโดยเฉพาะทางกรุงเทพฯจะได้เดินทางมากราบไหว้องค์พ่อได้สะดวก ไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ผมเองก็ดั้นด้นขับรถจากลำปางมากราบองค์พ่อที่วัดพุทไธศวรรย์ ช่วงนั้นกระแสองค์จตุคามรามเทพยังไม่แรง ที่วัดยังมีลูกศิษย์ลูกหาเข้ามาน้อย ผมได้มีเวลากราบท่านอาจารย์อติโชติ ก็ได้กราบเรียนท่านอาจารย์ว่าตัวผมเองนันหมดสิ้นความสงสัยในบารมีของท่านพ่อจตุคามรามเทพ และไม่ขออะไรที่เกินกว่าที่ควรได้ อย่างถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง ไม่เคยอยากได้ ท่านอาจารย์อติโชติก็ยิ้มๆบอกแค่ว่าดีแล้ว ดีแล้ว จำได้ว่าตรงที่ท่านอาจารย์นั่งรับแขกนั้น ด้านหลังเขียนป้ายไว้ตัวใหญ่ชัดเจนว่า ไม่มีการใบ้หวย ไม่รับสะเดาะเคราะห์…..ผมก็เดินไปที่ตู้วัตถุมงคล พูดคุยกับพี่แป้น ก็หมายตารูปหล่อบูชา๕นิ้วปางลีลามหาราช บางคนก็บอกว่าเป็นปางประทานพร  แต่ตามที่ทางวัดพุทไธศวรรย์แจ้งในเวปสองแผ่นดินว่า ปางตาขุนโหร ด้วยเหตุที่พกเงินสดมาไม่พอจะบูชารูปบูชาห้านิ้ว จำไม่ผิดที่วัดให้บูชา 4,000 บาท(ตอนนั้นมีตังค์ติดกระเป็ไม่ถึงสามพัน เพราะเอาไปเช่าวัตถุมงคลไปเกือบหมด รวมที่เพื่อนๆฝากเช่าด้วย) ขับรถกลับลำปางแบบขัดใจเล็กๆ โชคดีที่ได้รับความเมตตาจากพี่แป้นช่วยจัดส่งมาให้ ครั้งแรกที่รูปบูชามาถึงที่ทำงาน ผมนี่ขนลุกเลย วันนั้นกลับบ้านแล้วอัญเชิญท่านพ่อขึ้นหิ้งที่ตั้งต่างหากข้างๆหิ้งพระ แม่ยายผมกับพ่อตาก็มาบอกว่าตอนเย็นมีงูตัวเล็กวิ่งเข้าบ้านแล้ววิ่งหายไปตรงผนังมุมห้อง หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ ผมได้สอบถามกับพี่ที่สนิทกัน พี่วราทิตย์บอกว่า นั่นแหละเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดเสมอๆเวลาที่อัญเชิญองค์พ่อเข้าบ้าน ได้ยินมาหลายคนแล้ว แบบนี้เลย วันแรกที่ท่านพ่อเข้าบ้านก็ได้แสดงความอัศจรรย์ให้ได้รับรู้แล้ว ขณะนั่งพิมพ์นี้ผมยังขนลุกอยู่เลยครับ…ถัดมาอีกปี ลูกชายคนเล็กครบเกณฑ์เข้าเรียนโรงเรียนอนุบาลของจังหวัดลำปาง ซึ่งเมื่อสองปีก่อนลูกชายคนโตไปจับฉลากไม่ได้เลยต้องหาวิธีพิเศษให้ คราวนี้ผมจุดธูปบอกพ่อว่า ท่านพ่อครับ ขอบารมีท่านพ่อช่วยให้ลูกคนเล็กจับฉลากได้ด้วยเถอะครับ ค่าแป๊ะเจี๊ยะแพงไม่ไหวครับ ถ้าจับได้ ลูกและลูกชายจะไปจุดประทัดถวายที่ศาลหลักเมืองนครศรีฯ เมื่อถึงวันที่จับฉลาก ทางโรงเรียนก็แบ่งนักเรียนเป็นแถวๆ แถวละ 78 คน จับฉลากเอาแค่ 46 คน เฉลี่ยคือ 3 คนจับออก 1 คน พอดีด้วยความนอนใจ ไปถึงโรงเรียนเกือบแปดโมงกว่า ได้ลำดับท้ายๆของแถวเกือบอันดับที่71หรือ72 จับฉลากไปก็ลุ้นไป ในใจก็นึกถึงท่านพ่อ ขอให้ท่านช่วยตลอด การที่เราอยู่ท้ายๆทำให้โอกาสเหลืออยู่น้อยลง เพราะต้นแถวอาจจับได้หมดเลยก็ได้ แต่คราวนี้ผิดกัน ต้นแถวจับไม่ได้เยอะจนเหลือที่นั่งก่อนมาถึงคิวลูกชายผมเกือบ 4-5 ที่นั่งกับอีก5-6 คนที่เหลือ โอกาสเป็นไปได้แต่คงไม่มาก ในที่สุดก็จับได้ ในใจนึกแล้วว่า ปิดเทอมเมษาปีนี้ต้องลางานหลายวันไปกราบพ่อที่นครศรีฯ และแก้บนตามที่บอกท่านพ่อไว้  ปีนั้นก็ลงไปนครศรีฯพาเจ้าตัวเล็กไปจุดประทัดถวายท่านพ่อไป 100 นัด….ผมเองก่อนจะขอท่านพ่อก็นั่งคิดแล้วคิดอีกว่า จำเป็นหรือไม่ จำเป็นมากน้อยเท่าไหร่ ไม่อยากขอท่านพร่ำเพรื่อ ขอสิ่งที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น

.



00…00…00…หลวงพ่อให้โชค

 00…00…00…หลวงพ่อให้โชค
.
เขียนไว้เมื่อ 5 พ.ค.2551
.

เรื่องนี้น่าจะเกิดมานานเกือบสี่ห้าปีแล้ว ถ้าจำไม่ผิดน่าจะราวเดือนมีนาคม ตอนนั้นผมยังชอบห้อยพระอยู่สามองค์ จำได้ว่าห้อยพระในกรอบเงินกับสร้อยแสตนเลส สามองค์ที่ห้อยนั้นเป็นพระเนื้อโลหะรูปหล่อทั้งหมดเลย มีพระกริ่งตุ๊เจ้าเสือดาวที่หลวงปู่ทิมเสกพิเศษเช่ามาจากอาจารย์ชินพร ขอเกศากับสีผึ้งที่ละลายกับผงพรายกุมารมาติดไว้หน้าตักพระกริ่ง อีกสององค์เป็นรูปหล่อพระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา ส่วนอีกองค์เป็นพระปางสมาธิ ผมเช่ามาจากนิตยสารพระเครื่องโพธิ์เพชร เขามีใบรับประกันว่าเป็นพระชัยวัฒน์วัดราชบพิธปี2481 แต่ผมว่าเป็นหลวงพ่อโต วัดบางพลีมากกว่า เช่ามาตอนนั้น 2,500 บาทจำได้ว่าอาจารย์เอก ขอนแก่นเป็นธุระให้ เรื่องมีอยู่ว่า คืนหนึ่งผมต้องนอนเวรก็คล้องพระทั้งสามองค์นอนด้วย เพราะปกติ ผมคล้องพระนอนอยู่แล้วเวลาไม่ได้นอนบ้าน ก็น่าแปลกว่าหลังตื่นนอนตอนเช้าผมเห็นด้านหลังกรอบเงินเป็นวงกลมอยู่สองกรอบ คือกรอบของพระพุทธทั้งคู่เลย คือกรอบกริ่งตุ๊เจ้าเสือดาวกับกริ่งพระชัยวัฒน์ ทั้งๆที่ผมพยายามนึกว่ากรอบพระกริ่งของผมจะครืดถูกับอะไรได้บ้างจนเกิดเป็นรอยวงกลมแบบนี้ นึกไม่ออกครับ ก็ไม่ได้คิดอะไรคิดว่าบังเอิญ ใจหนึ่งก็ยังคิดว่ากรอบเป็นรอยเดี๋ยวต้องหาวิธีมาลบ ผมจำไม่ได้ผ่านไปกี่ว้น หวยออกก็เป็นธรรมดาชอบไปดู เห็นเลยแล้วอึ้งเลยครับ สองตัวล่างออก 00 หัวเราะไม่ออก ร้องไห้ไม่ออกเลยครับ หลวงพ่อท่านมีเมตตาแสดงให้เห็นปาฏิหารย์แล้วแต่คนเราไม่มีดวงก็เลยได้แต่ขนลุก กลับไปกำท่านในมือยกพระขึ้นท่วมหัว พูดกับท่านว่า ลูกทราบแล้วถึงบารมีของท่าน ท่านศักดิ์สิทธิ์ ลูกเชื่อแล้ว วันนั้นผมยังเอาไปให้เจ้าหน้าที่ที่ผมเรียกว่า เจ๊แหม่มดูเลย เพราะแกชอบเรื่องแบบนี้ แกยังบอกผมว่าทำไมไม่บอกตั้งแต่วันแรกเลย มาบอกวันนี้ทำไม…ผมก็ได้แต่ยิ้มหัวเราะ หึ…หึ.. หึ
.




บารมีกริ่งชินบัญชรหลวงปู่ทิม อิสริโกเบอร์๗๗๗

บันทึกครั้งแรกเมื่อ ๘ พ.ค.๒๕๕๑ มาเล่าเรื่องประสบการณ์พระเครื่องต่อครับ ฟังเฉยๆอย่าเพิ่งเชื่อผมมาก สำหรับพระกริ่งชินบัญชรองค์นี้ได้มาจากอาจาร...